11 มกราคม 2562 เดินหน้าศึกษาพลังงานทางเลือกในอนาคต

ที่มา: https://www.naewna.com/local/388065

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยือน ITER International Fusion Energy Organization และ InstituteofMagnetic Fusion Research (IRFM), French Alternative Energies and Atomic Energy Commission(CEA) ณ เมืองคาดาราช สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้าการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน ITER (International ThermonuclearExperimental Reactor) ณ ITER International Fusion Energy Organization รวมทั้งทอดพระเนตรการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลาสมาและนิวเคลียร์ฟิวชันและเครื่องโทคาแมค WEST หรือ Tungsten (W) Environment in Steady-State Tokamakณ IRFM, CEA โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้บริหารจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เฝ้าฯรับเสด็จ
ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กล่าวว่าสำหรับโครงการ ITER หรือ International Thermonuclear Experimental Reactor เป็นโครงการทางวิศวกรรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่เพื่อการวิจัยด้านนิวเคลียร์ฟิวชันและจะเป็นการทดลองพลาสมาฟิสิกส์ในสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ในปัจจุบันโครงการมีประเทศสมาชิกจำนวน 7 ประเทศและ 1 กลุ่มประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (28 ประเทศสมาชิก) รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ อินเดีย โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนานำเอาปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันมาพัฒนาเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกในอนาคต โครงการ ITER เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2013 ที่เมืองคาดาราชประเทศฝรั่งเศส และมีกำหนดแล้วเสร็จ พร้อมกับเริ่มเดินเครื่องเพื่อผลิตพลาสมาครั้งแรกในปี 2025 โดย ITER ได้รับการออกแบบให้สามารถผลิตพลังงานได้ถึง 500 เมกะวัตต์ เป็นเวลาประมาณ 20 นาที เมื่อใส่พลังงานความร้อนเข้าไปประมาณ 50 เมกะวัตต์ (นั่นคือสามารถผลิตพลังงานความร้อนจากพลาสมาได้เพิ่มขึ้น 10 เท่าจากพลังงานความร้อนที่ใส่เข้าไปเพื่อให้ความร้อนในการสร้างพลาสมา) หากโครงการนี้สามารถสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ องค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้จะสามารถนำไปพัฒนาสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าในราคาถูกลงและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย